วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

อาทิตย์แม่สติแตก พ่อตัวอย่าง

วันที่ ยี่สิบเก้า พค

หลังจากเอาลูกกลับมาบ้านได้ตั้งแต่เมื่อวาน ฉันก็ดีใจมาก แต่มีความกลัวอยู่ลึกๆ เพราะว่าแม่ที่บอกว่าจะมาช่วยเลี้ยงหลาน เกิดมีเหตุให้มาช่วยไม่ได้จนกว่าจะเดือนกรกฎา ฉันจะเลี้ยงลูกสองคน โดยมีคนช่วยคือตาของหลานคนเดียวไหวมั๊ยนะ ตาที่ไม่เคยช่วยเลี้ยงฉันเลยตอนเด็กๆ อุ้มเด็กไม่เป็นเนี่ยนะ วันแรกที่กลับบ้านมาสะนอนห้องลูก และจะเป็นเวรให้นมลูกรอบตีสามกับหกโมงเช้าเพราะลูกต้องให้นมทุกสามชั่วโมง ส่วนแม่ปุยแยกไปนอนคนเดียวตามที่สัญญากันไว้ก่อนคลอดว่ามาสะดูลูกตอนกลางคืน คนใช้ที่บ้านบอกว่าสามีอย่างนี้ที่ลาวร้อยคนมีซักคนนึง ฉันบอกว่าที่เมืองไทยก็ไม่มีหรอกมาสะนี่กรณีพิเศษ

ตื่นเช้ามาฉันก็ตื่นเต้นมาก เลยมาให้นมลูกตั้งแต่หกโมงเช้า น้ำนมฉันไหลด้วย พอนั่งให้นมลูกโดยปลุกขึ้นมากินทีละคน ฉันนั่งปลาบปลื้มมีความสุขถึงกับคิดว่าคนเป็นแม่เค้ามีความสุขอย่างนี้เองแต่นี่ฉันมีความสุขสองเท่าของคนอื่นเชียวนะ (ตอนนั้นฉันมันช่างโง่จริงๆไม่รู้ตัวเลยว่าอะไรบ้างกำลังจะมาเยือน) ลูกฉันกินนมไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดไม่เอาปากออก ฉันก็ตามใจลูกเรื่อยๆเหมือนกัน คนนึงกินไปเกินครึ่งชั่วโมงบวกกับกินนมขวดแบบที่โรงพยาบาลฝึกให้อีกคนละสิบกว่านาที อืม ล่อไปคนละชั่วโมง พอเสร็จคนนึงก็ปลุกอีกคนมากินต่อ รอบนึงก็สองชั่วโมง ฉันแทบไม่ได้พักเลย คือพอกินเสร็จรอบนึง ก็จะได้เวลากินนมรอบใหม่อีกแล้ว ตากับยายบอกว่าจะมาช่วย แต่ว่ามีของจำเป็นที่ต้องไปซื้ออีกเพียบ อย่างที่คว่ำขวดนมเป็นต้นต้องไปซื้อที่เซ็นทรัล วันแรกยายกับตาไม่ได้ช่วยฉันเลย ฉันก็ฉายเดี่ยวทำทุกอย่างจนเสร็จรอบสามทุ่ม มาสะถึงมาช่วยต่อรอบกลางคืน

วันที่สามสิบ
ตื่นมาให้นมตอนหกโมงเช้าอีก ฉันพยายามให้นมแม่บวกนมขวดทุกรอบ ทำให้เหนื่อยมากจนไม่มีเวลากินอะไรเท่าไหร่ ตอนบ่ายกินแค่โอโคโนมิยากิที่ตากับยายซื้อมาฝากอันเดียว พอให้นมรอบบ่ายสามเสร็จต่อด้วยอาบน้ำให้ลูกเสร็จตอนหกโมงกว่า ฉันเป็นลมเลย ให้นมไม่ไหว ตากับยายสั่งให้ฉันนอนพัก รู้สึกเครียดมาก น้ำตาไหลกลั้นไม่อยู่เลยนอนร้องไห้ คิดไปต่างๆนานา มาสะกลับมาเลยมาปลอบว่าไม่ต้องให้นมแม่ก็ได้ ตัวเค้าเองก็ไม่ได้กินนมแม่ ฉันเองก็ไม่ได้กิน ก็ยังเติบโตแข็งแรงดีไม่มีอะไร ปุยไม่ต้องพยายามเป็นเพอร์เฟคมัมหรอก ฉันฟังมาสะก็ยิ่งน้ำตาไหล แม่ฉันที่คอยกดดันว่าต้องให้นมแม่กับหลานนะ ก็มาบอกฉันว่า ให้นมวันละรอบพอ โอยฉันยิ่งบ้าไปใหญ่ แอบน้ำตาไหลอีก แม่ถามว่าจะจ้างพี่เลี้ยงมั๊ย แต่แม่จะมาช่วยอยู่แล้ว ฉันเลยบอกว่าจะพยายามเองไปอีกเดือนนึงดู นี่เค้าเรียกว่าอาการเครียดหลังคลอดรึเปล่านะที่ร้องไห้ไม่มีเหตุผล ฉันเคยอ่านหนังสือว่าพวกดาราอย่างกวินเน็ท พาโทรลเป็น ยังนึกเยอะเย้ยในใจว่าอย่างฉันไม่มีทางหรอก ปรากฎว่าเป็นซะเอง

วันที่สามสิบเอ็ด
วันเสาร์มาสะอยู่บ้าน มาสะช่วยเลี้ยงลูกและทำทุกอย่าง ทำให้อาการเครียดของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง ฉันสบายมาก ได้นั่งดูละครจากดีวีดีที่ซื้อมากับมาสะด้วย ได้กินข้าวสบายๆ ทำให้รู้สึกว่าควรผ่อนปรนตัวเองมากหน่อย นมแม่สำคัญแต่ความรักสำคัญกว่า มาสะบอกฉันว่า you feed the babies with love not with milk

มาสะอาบน้ำลูกครั้งแรกด้วย แต่อาบเก่งมาก มือเบามากลูกไม่ร้องซักแอะ ฉันซึ่งเป็นคนสอนมาสะอาบน้ำต้องเรียนรู้จากเค้าแทน มาสะโดนชมว่าอาบเก่ง เลยบ้ายอไปเลย เลยจองอาบน้ำลูกทั้งสองคนทั้งวันเสาร์วันอาทิตย์เลย

วันที่สองมิย
เริ่มคุ้นกับลูกๆบ้างแล้ว สลับกันให้นมแม่คนละมื้อ ตอนบ่ายไปหาหมอเด็กที่โรงบาล หมอขอดูสุขภาพว่าเด็กแข็งแรงดีรึเปล่า มาสะมารับไปโรงบาล ไปถึงหมอบอกว่าโอเคลูกดูแข็งแรงมาก แต่ว่าพี่โซร่ายังตัวเหลืองอยู่เล็กน้อย หมอแนะนำให้เปิดหน้าต่างรับแดดช่วงเช้า

วันที่เก้ามิย
อาทิตย์ที่ผ่านมาฉันเข้าโหมดคุ้นเคยกับลูกแล้ว ฉันลุยเองตลอดทั้งให้นมแม่และนมขวดด้วยโดยมีคุณตาเป็นผู้ช่วย ตาช่วยนึ่งขวดนม ช่วยป้อมนมน้องทัยโยด้วย ตอนแรกตาไม่กล้าอุ้มหลานฉันต้องอุ้มไปวางบนตักตาให้ตาช่วยให้นม วันนี้โซร่าหายอาการหอบรุนแรงตอนกินนมแล้ว คุณตาเลยช่วยผลัดให้นมหลานสาวได้ โชคดีที่มีคนใช้ช่วยทำงานบ้านให้อีกคนด้วย ช่วยได้เยอะ ถึงกระนั้นฉันมันบ้าไปวีนคนใช้ด้วย เพราะว่าโรคเครียดหลังคลอดอยากให้อะไรเกี่ยวกับลูกเพอร์เฟคไปหมด

4 ความคิดเห็น:

moouan กล่าวว่า...

เหนื่อยเป็นสองเท่าเลยเนอะ สู้ๆๆ

รีอัน ชอน กล่าวว่า...

ไอ่เราเลี้ยงคนเดียว ยังอยากเดี้ยงตอนแรกๆเลยปุย มันเหนื่อยจริงเนาะ

แต่ว่ามันก็อย่างที่ปุยเขียนน่ะแหละ ยิ่งลูกโตขึ้นเรื่อยๆ เราสองคน เอ๊ย สามคนสิ
จะยิ่งเข้าขากันมากขึ้นเรื่อยๆ
ของเราเหนื่อยหนึ่ง ยังมีความสุขขนาดนี้ ของปุยจะมีความสุขดับเบิ้ลเลยนะ คิดอย่างนี้ไว้ปุย จะได้มีแรงสู้ ฮ่าฮ่า


แต่นอกจากอยู่เมืองไทย แล้วยังมีสามีเริ่ดขนาดนี้ เราไม่รู้สึกห่วงปุยเลยนะนี่ ฮ่าฮ่า

weirdgirl กล่าวว่า...

เราก็ได้กินนมแม่แค่สามเดือน หรือน้อยกว่านั้นอีก แถมยังแพ้นมกระป๋องทำให้อึไม่เป็นที่เป็นทางมาจนทุกวันนี้ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าลำบากเดือดร้อนหรือคิดว่าแม่เลี้ยงเราไม่ดีเลยนะ ที่สำคัญคืออย่า เ-ค-รี-ย-ด ลูก ๆ จะซึมซับความเครียดและจะเครียดตามเราทำให้รมณ์บ่จอยแต่เด็ก

P'Puk กล่าวว่า...

เห็นด้วยกับมาสะและคนที่แนะนำปุย นมแม่ดีกว่าก็จริง แต่อย่าทำอะไรเกินกำลัง เราว่าเดินสายกลางดีที่สุด อย่าสุดโต่งโดยที่เราทำไม่ไหว คนอื่นเค้าทำไหวก็ให้เค้าทำไปเถอะ ดีใจกะเค้าด้วย แต่คนเราไม่เหมือนกัน

ลูกเราไม่ต้อง perfect หรอก เข้าใจว่าทำใจยาก แต่พยายามทำใจให้ได้นะ ให้ภาพรวมทุกคนมีความสุขน่าจะดีกว่า

เพื่อนพี่คนนึงก็เครียดหลังคลอด โทรมาร้องห่มร้องไห้ ว่าอุ้มลูก ลูกก็ร้อง ทำไงมันก็ไม่หยุด นึกในใจว่า กูไม่มีลูก กูก็ไม่รู้ว่าจะบอกว่าไงเหมือนกัน :P

วันนึงปุยผ่านตรงนี้มาได้คงจะภูมิใจมาก