วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551

คิดถึง

วันที่ 21
ฉันยังอยู่โรงบาล เดินไปดูลูกๆที่อยู่ในตู้อบ พยาบาลสอนให้ปั๊มนมด้วยเครื่องเป็นการกระตุ้นให้มีน้ำนม เพราะว่าลูกยังออกจากตู้มาดูดนมไม่ได้ ก็พยายามปั๊มทุกๆสามชั่วโมงตามที่พยาบาลบอกแต่ไม่มีอะไรออกมาเลย

วันที่ 22
ไปเยี่ยมลูกที่ตู้ คุณหมอบอกว่าให้ลองเอาลูกออกมาจากตู้มาให้นมดู ทัยโยอาการดีกว่าเลยได้ดูดนมแม่ ความรู้สึกของฉันที่ลูกดูดนมครั้งแรกคือปลาบปลื้มตื้นตันใจมากจนน้ำตาแอบไหล วันนี้เป็นวันที่ฉันและมาสะออกจากโรงบาล ฉันมีอาการไอหยุดไม่ได้ ฉันคิดว่าร่างกายอ่อนแอเพราะนอนโรงบาลนี้แหละ ตอนกลางคืนพยาบาลมาปลุกตรวจอุณหภูมิและความดันตลอดเวลา ทำเอาฉันอ่อนเพลียมากไม่ได้พักเลย ขนาดมาสะจอมขี้เซาที่มานอนเฝ้าก็ตื่นบ้างไม่ตื่นบ้างเหมือนกันไม่รู้โรงบาลอื่นเป็นรึเปล่า ฉันคุยกับมาสะว่า เสียเงินค่าโรงบาลขนาดนี้ เอาเงินไปนอนโรงแรมสี่ห้าดาวแถวนี้ดีกว่า ไม่โดนปลุกด้วย

พอกลับบ้านฉันไอหนักมาก นอนไม่หลับเลย

วันที่ 23
มาสะต้องไปทำงานแล้ว ส่วนฉันรู้สึกเหนื่อยมากและไอ มาสะเลยไม่ให้ไปเยี่ยมลูกๆ ฉันโทรถามอาการลูกๆจากหมอ หมอบอกว่าโซร่ายังปากเขียวเวลาดูดนม และทั้งสองคนยังต้องให้ยาจนครบถึงวันจันทร์ ตอนกลางคืนฉันเป็นไข้และหน้าอกคัดมาก ก็พยายามใช้วิธีที่ทางโรงบาลบีเอ็นเอชสอนว่าให้ใช้ข้าวสารห่อใส่ไมโครเวฟประคบ และก็ปั๊มนมไปเรื่อยๆ

วันที่ 24
วันเสาร์ มาสะไปเยี่ยมลูกๆตอนเที่ยงคนเดียว เพราะว่าฉันเป็นไข้ ไอมาก หมอบอกว่าฉันไม่ควรไปโรงบาลจะเอาหวัดไปติดเด็กๆได้

วันที่ 25
วันอาทิตย์มาสะไปเยี่ยมลูกๆ มาคุยอวดว่าได้อุ้มลูกและให้นมขวดลูกด้วย ส่วนฉันก็ยังเป็นไข้และไออยู่ สงสารและคิดถึงลูกๆมากเหลือเกินแบบว่าไม่ไหวแล้ว คิดว่าพรุ่งนี้ฉันต้องหายป่วยและลูกๆต้องหายป่วย

วันที่ 26
วันจันทร์ตอนเช้ามาสะไปส่งฉันที่โรงบาล หมอยังไม่ยอมให้ลูกออกจากโรงบาล แต่หมอบอกว่าพรุ่งนี้ให้มาฝึกเลี้ยงลูกทั้งวัน เพราะว่าหมอเป็นห่วงโซร่าว่าเค้าดูดนมเร็วมากไม่รู้ลิมิตตัวเอง พอดูดหนักเข้าก็หอบหน้าเขียวเพราะว่าปอดยังไม่แข็งแรง ฉันก็ฝึกให้นมลูกๆจากอก ทั้งทัยโยและโซร่าก็ดูดดีมาก รู้สึกเศร้าเพราะคิดว่าลูกจะได้ออกจากโรงบาลวันนี้ ตกเย็นมาสะพาฉันไปกินอาหารญี่ปุ่นที่โอโตยะที่ทองหล่อ เพราะคุยกันว่าฉันควรจะกินอะไรเยอะๆและเป็นโอกาศก่อนที่ลูกๆจะกลับบ้านคงอีกนานกว่าจะได้กินข้าวนอกบ้านกันอีก

วันที่ 27
ติดรถแม่ไปโรงบาลตอนเช้า ไปให้นมลูก และฝึกอาบน้ำกันตอนเย็น เพราะว่าลูกๆอาบน้ำไปแล้วตอนเช้า เลยโดนอาบสองรอบทั้งคู่ หมอบอกว่าอาการดีแล้วทั้งคู่ แต่อยากให้ดูว่าพรุ่งนี้เป็นยังไง ฉันบอกว่าถ้าพรุ่งนี้หายใจดีทั้งวันจะเอากลับบ้านเลยนะ หมอก็ให้สัญญา

วันที่ 28
กะว่าจะเอาลูกกลับบ้านแน่ เลยไปโรงบาลกับแม่ พ่อก็ติดรถแม่ไปด้วยนัดมาสะตอนเย็น วันนี้โซร่าอาการดีมากทั้งวัน หมอก็แอพพรูฟ เลยนัดให้มาเจอกันที่โรงบาลตอนเย็น เราอุ้มโซร่าขึ้นรถมาสะ ส่วนแม่อุ้มทัยโยขึ้นรถให้พ่อขับพาไปบ้านเขาก่อนค่อยมาบ้านฉัน เพราะแม่เขาถือจะทำพิธีว่าสองคนแยกบ้านกัน จะได้ไม่ติดกันเกินไป อะไรทำนองนี้ พอกลับมาถึงบ้านทั้งคู่ก็จับนอน ทัยโยมีร้องนิดหน่อย คงไม่ชินที่ (ตอนอยู่โรงบาลทั้งสองคนไม่มีร้องเลยเป็นเด็กดีมาก) ดีใจจังในที่สุดลูกๆก็กลับมาอยู่บ้านแล้ว

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เห็นหน้าลูกครั้งแรก

วันที่ 20 ฉันยังต้องนอนให้น้ำเกลือ ส่วนลูกก็ออกมาจากตู้อบไม่ได้ ได้แต่ดูรูปลูกจากกล้องดิจิตอลที่มาสะถ่ายมาให้ดู โชคดีที่บริษัทมาสะอนุญาตให้สามีลาคลอดได้ 3 วัน เลยมาอยู่เป็นเพื่อนกัน พอตกเย็นพยาบาลก็มาเอาน้ำสายน้ำเกลือออกให้ แต่ยังรู้สึกสโลสเลมาก หมอบอกให้รีบลุกเดินทันที ฉันก็รีบเดินไปดูลูกเลย เห็นหน้าลูกจริงๆครั้งแรก รู้สึกสงสารลูกๆเหลือเกินที่เค้าต้องอยู่ในตู้อบ มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด ทั้งโดนเข็มจิ้มและมีท่อใส่ในปาก อุ้มลูกก็ไม่ได้ ได้แต่แตะๆลูกผ่านตู้

หลังจากเห็นหน้าลูกจริงๆครั้งแรกแล้ว เราก็มาวิจารณ์ลูกกันสองคน ว่าลูกชายหน้าเหมือนพี่ชายมาสะเด๊ะเลย ส่วนลูกสาวดูญี่ปุ่นๆ พ่อแม่บ้าเห่อสรุปกันว่าลูกเราน่ารักมาก แหะแหะ




โซร่า

ทัยโย

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2551

กำเนิดท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ของแม่

วันอาทิตย์ที่ 18 พค ไปใส่บาตร แล้วก็ไปสปา แล้วก็ไปเดินฟอร์จูนซื้อละครญี่ปุ่นมาดู ตกเย็นก็เลยดูเรื่อง Good Luck ที่คิมุระ ทะคุยะเล่น ฉันชอบละครของ คิมุทะขุ เพราะว่าเรื่องที่เค้าเล่นมันจะสนุกทุกเรื่อง เรื่องนี้เกี่ยวกับวงการนักบินที่ต้องบินไปบนท้องฟ้า ฉันเลยพูดกับมาสะว่า ให้ลูกสาวชื่อ Sora และลูกชายชื่อ Taiyo ดีกว่า แปลว่าท้องฟ้ากับดวงอาทิตย์

กำเนิดท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ของแม่
วันจันทร์ที่ 19 พค วันวิสาขบูชา แม่ตื่นมาตอน 7.15 เพราะพ่อปลุกบอกว่าจะไปใส่บาตรมั๊ยเพราะแม่ชวนไว้เมื่อวานนี้ แต่แม่กลัวไปไม่ทันจะเก้อเปล่า เลยนอนต่อ พ่อเลยขออนุญาตไปไดรฟ์กอล์ฟ ซักประมาณ 10 โมง แม่นอนอยู่รู้สึกมีน้ำไหลออกมานิดหน่อย นึกว่าตัวเองกลั้นฉี่ไม่ได้ ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ก็ฉี่ปกติ เลยเอาชั้นในมาดูๆ มันเป็นน้ำใสๆไม่มีกลิ่น ได้ยินเสียงประตูรั้วเปิด พ่อกลับมาพอดี แม่โทรไปหาคุณยายถามว่ามีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด ใช่น้ำคาวปลารึเปล่า แต่มันไม่มีสีกลิ่นเลยนะ (แม่จำผิดนึกว่าเค้าเรียกน้ำคร่ำว่าน้ำคาวปลา เลยนึกว่ามันต้องเหม็นคาว) ยายบอกว่าจะคลอดแล้ว ให้โทรไปหาคุณหมอที่ฝากท้องและโรงบาลด่วน แม่ก็ตกใจตะโกนเรียกพ่อขึ้นมาด่วนจะคลอดแล้ว อะไรทำนองนี้

แล้วแม่ก็โทรไปหาหมออรรณพที่ฝากท้องกับแกไว้ แกไม่รับสายคงยังอยู่ต่างประเทศ แม่เลยโทรไปถามที่คลินิคเค้าบอกว่าหมอยังไม่กลับ จะถามพยาบาลเรื่องน้ำไหลน่ะใช่จะคลอดมั๊ย ก็ไม่มีใครว่าง แม่เลยวางสาย แล้วโทรไปที่ BNH บอกว่าจะไปคลอดเป็นคนไข้หมออรรณพ แต่หมอฝากอาจารย์หมออีกคนนึงไว้ แล้วก็วางสาย

กำลังจะหา กกนและผ้าอนามัยจะไปเปลี่ยน พ่อก็ลากกระเป๋าเดินทางมาเตรียมของไปรพ อยู่ดีๆแม่ก็มีน้ำไหลพรวดออกมาจะตัวประมาณ 1 ถัง(เล่าให้ใครฟังเพื่อนแม่บอกว่าเหมือนในละครทีวีเลย) พ่อกับแม่ตกใจรีบจัดของกันใหญ่(พ่อบอกว่าตอนแรกแม่บอกว่าจะไปคลอดเพราะมีน้ำไหลก็ไม่เชื่อแม่เท่าไหร่ พอเห็นน้ำคร่ำแตกงี้เชื่อสนิท) แม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ น้ำไม่ต้องอาบล่ะ ก็ไปหยิบเครื่องสำอางค์ กะจะสวยตอนอยู่รพ พร้อมหยิบไดร์เป่าผมด้วย พ่องี้ขำแม่ใหญ่ เค้าเลยเตรียมให้แม่แทน แม่เลยหยิบแปรงสีฟันกับยาสีฟันใส่กระเป๋าสะพาย ไม่กล้าแปรงแล้วลูก พอขึ้นรถพ่อก็รีบขับพาไปรพ BNH ทันที แม่ก็ชวนพ่ออารธนาขอให้ทาน ศีล สมาธิ ที่พวกเราได้ทำไว้ ขอให้คลอดลูกๆได้อย่างปลอดภัย

ระหว่างทางรถไม่ติดเลยแล่นฉิวเพราะเป็นวันหยุด พอไปถึงรพ ประมาณ 11.30 เค้าเตรียมเก้าอี้เข็น เตรียมทุกอย่างเรียบร้อย แม่ขึ้นไปห้องเตรียมคลอดทันที เค้าให้แม่เข้าห้องน้ำเปลี่ยนชุด แม่เลยแปรงฟัน เข้าห้องน้ำ (ตกลงไม่ได้แต่งหน้า) แล้วเค้าก็จับแม่ขึ้นเตียง เอาเข็มขัดมาวัดเสียงหัวใจลูกๆ และอาการเกร็งมดลูกแม่ก็มีเกร็งบ้าง แต่ไม่เจ็บท้องคลอดน่ำ ระหว่างนี้พ่ออยู่กับแม่ตลอด พ่อเค้าขอใช้ห้องน้ำโกนหนวดด้วย(รีบมาไม่ทันโกนหนวด)

แม่นอนให้เค้าวัดและเตรียมอยู่จนเที่ยงกว่า เค้าก็เข็นแม่เข้าห้องคลอด บอกว่าหมอจะมาผ่าตอนบ่ายโมง เค้าให้พ่อเปลี่ยนชุด พ่อก็ถามเค้าว่าต้องถอดกกน ด้วยรึเปล่า พ่อเรานี่ขำเสมอเลยลูก(เผื่อลูกอยากรู้ สรุปว่าไม่ต้องถอดจ้ะ)

ตอนอยู่ในห้องรอคลอด หมอวิสัญญีที่เป็นผู้หญิงก็มาชวนคุย เป็นกันเองมาก ที่ลำบากคือ หมอบอกให้งอตัวเหมือนกุ้ง แต่แม่ติดท้อง เลยพยายามสุดๆ หมอมือนิ่มมาก ฉีดยาบล๊อกหลังไม่เจ็บเลย ซักพักแม่ก็ชาแถบล่าง รอหมอนิพลมาผ่า พอหมอมาเค้าก็จัดม่านบังท้องแม่ เรียบร้อยหมอเตรียมลงมือ หมอผ่า 2 คน หมอวิสัญญี 1 คน หมอเด็ก 1 คน พยาบาล 10 คน และแม่ รอพ่อคน ตามหากันใหญ่ พ่อเค้าไปเข้าห้องน้ำน่ะลูก แม่งี้ขำพ่อมาก ไม่กลัวการคลอดเลย ตกลงฤกษ์ที่เกิด ลูกๆเลือกวัน พ่อเลือกเวลานะ พอพ่อมา หมอก็จะเริ่มผ่า แม่ก็หัวเราะออกมา หมอนิพลเลยโผล่หน้ามาดูว่าแม่หัวเราะหรือร้องไห้กันแน่ หมอวิสัญบอกว่าแม่หัวเราะขำพ่อ

หมอวิสัญจะคอยบอกแม่ตลอดว่าแม่จะโดนกดท้องนะ อะไรต่ออะไร ซึ่งแม่ไม่รู้สึกเจ็บเลยลูก พ่อบอกว่าเค้าใช้เลเซอร์ผ่า ควันคลุ้งพ่อมองไม่เห็นอะไรเท่าไหร่ รู้แต่หมอดึงลูกๆออกมาแรงมาก โดยเฉพาะ ทัยโย ที่อยู่ลึกกว่า

คนที่เป็นคนถ่ายวิดิโอให้ลูกเค้าเป็นพยาบาลแม่ได้ยินเค้าบอกว่าใช้กล้องยี่ห้อนี้พอดี โชคดีจังเลย แม่เลยมีช๊อตกำเนิดหนูไว้ดู (เสียดายเรายังไม่ทันได้ทำ 4D กัน หนูเกิดซะก่อน ไม่งั้นคงมีช๊อตดีๆไว้ดูอีก)

พอพวกหนูออกมาทีละคน ตอนบ่าย 1.10 โมง กับ บ่าย 1.11 โมง เค้าก็อุ้มมาให้แม่ถ่ายรูปด้วย แต่แม่ยังไม่ได้เห็นหน้าหนูเลยจนถึงพรุ่งนี้เย็น แม่ไม่ได้สลบ แต่เหนื่อยเพลียมาก เพราะเสียเลือดและฤทธิ์ยา พอพาเข้ามาห้องพัก ก็เจอคุณตาคุณยายรออยู่ พ่อเค้ากลับไปเอาของที่บ้านและซื้อข้าวทิ้งไว้ให้คนใช้ ซักพักพ่อก็กลับมา แล้วก็มีตายี น้าลูกเกด ยายพึงมาเยี่ยมตอนเย็น ต่อมา ตากุ้ง ยายมล น้าเต๋า(อายุ 7 ขวบ) ก็มา มีของมาฝากพวกหนูด้วย แล้วบ้านน้าแอมก็มากันหมด คุณปู่คุณย่าของน้าแอมด้วย แม่ฟังเค้าคุยกันรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง มันเบลอๆ ตาลืมไม่ขึ้น แม่ต้องให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงห้ามลุก

ทุกคนถามชื่อลูก พ่อกับแม่ก็เลยบอกว่าชื่อ ทัยโย กับ โซร่า (เพิ่งตั้งกันเมื่อวานแต่ไม่ได้บอกใคร) ที่จริงพ่อเค้ายังไม่ชัวร์เพราะต้องเปิดตำราตั้งชื่อของญี่ปุ่นด้วย ยุ่งยากมากต้องดูตัวคันจิเปรียบเทียบกับนามสกุลพ่อเค้าด้วย ที่จริงแม่ชอบชื่อ Natsu สำหรับลูกสาวแม่เหมือนกัน มันแปลว่าหน้าร้อน เพราะหนูเกิดหน้าร้อนของประเทศญี่ปุ่น ถ้าเป็นภาษาไทยแม่จะเขียนให้ว่า ณสุข แปลว่ามีความสุขณเวลาปัจจุบัน ซึ่งก็คือมีความสุขอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

คุณหมอเด็กมาคุยให้ฟังว่าหนู หนัก 2140 กับ 2160 ซึ่งถือว่าตัวใหญ่มากสำหรับเด็กแฝดที่คลอดอาทิตย์ที่ 33 แต่ว่าลูกทัยโย สำลักน้ำคร่ำเข้าปอดไปหมอเลยต้องให้ยาปฏิชีวนะกันปอดติดเชื้อ ส่วน Sora ตอนเกิดช่วงถ่ายเลือดกันสองคน โดนน้องดึงเลือดไป เลือดเลยน้อยตัวซีดแต่หมอบอกว่าไม่เป็นไร ตอนนี้ต้องอยู่ในตู้อบทั้งคู่

แม่เป็นห่วงและอยากเห็นหน้าลูกมากๆเลยจ้ะ พ่อเค้าไปดูมาแล้ว ถ่ายรูปมาให้ดูกันด้วย

อาทิตย์ 26-32

อาทิตย์ที่ 26 ฉันแอบไปหาหมอดูที่เก๋บอกว่าแม่นในได หมอดูมาสะแม่นดีนะ แต่ดูฉันไม่แม่นเลย

อาทิตย์ที่ 27 ไปหาหมอ(ไม่ดู) ชั่งน้ำหนักได้ 53 kg. หมอบอกว่าได้ลูกชายคนและลูกสาวคนชัวร์ แต่ว่าฉันและมาสะก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี เพราะว่าได้ยินว่าหมอมักจะดูผิดบ่อยๆ แต่เรามั่นใจว่าลูกชายน่ะคนนึงแน่ แต่อีกคนนึง 50-50 เอาเป็นว่าไม่คาดหวังมาก จะได้ไม่ผิดหวังไง

อาทิตย์ที่ 28 พากันไปช๊อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม คือเราคิดว่าเข้าอาทิตย์นี้แล้ว ซื้อของเอาไว้คงปลอดภัยแน่ พอดีเป็นวันหยุดสงกรานต์ คนไม่ค่อยอยู่กรุงเทพ เลยได้ฤกษ์ช๊อป มาสะ พากันซื้อรถเข็นเด็กสองคัน คาร์ซีทเพื่อนบอกว่าจะให้เลยรอเอา เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบสองหัว(กะว่ามีลูกแฝดต้องปั๊มพร้อมกันสองข้างประหยัดเวลา) ขวดนมไม่ได้ซื้อเพราะเพื่อนให้มา(จริงๆกะว่าไม่ใช้เพราะจะให้นมแม่ แต่มาสะบอกว่าจำเป็น) อ่างอาบน้ำ ผ้าอ้อมกระดาษ ผ้าเช็ดตัว จิปาถะ เยอะมาก

ไปเดิน Big C แถวบ้าน เห็นเสื้อผ้าเด็กของอองฟองต์น่ารัก เลยซื้อกันอีก "บอกว่าฉันจะเลือกให้ลูกสาว(ของเด็กผู้หญิงน่ารักกว่าอ่ะ) เพราะว่าเลือกของผู้ชายมาตลอดชีวิตแล้ว เธอเลือกให้ผู้ชายละกัน" เลือกแล้วก็มาข่มกันว่าของใครน่ารักกว่า ของเด็กๆมันตัวเล็กๆน่ารักจริงๆเลย

ไปเดินเซ็นทรัลบางนา และห้าง index ไปซื้อตู้ใส่เสื้อผ้าให้ลูก

อาทิตย์ที่ 29 ท้องฉันเต้นตุบๆ อ่านเจอในหนังสือพบว่า เด็กกินน้ำคร่ำเข้าไปผิดจังหวะ ก็จะสะอึกได้ และในน้ำคร่ำนี้ เด็กฉี่เข้าไปด้วย ฉันรู้สึกว่าลูกสาวฉันชอบสะอึก(ตำแหน่งเค้าอยู่ต่ำๆน่ะ)

อาทิตย์ 30 ไปหาหมอ หนัก 55kg. ไปซื้อต้นไม้ที่ ร.11 แถวเกษตร สนุกจังเลย ไปซื้อทั้งเสาร์และอาทิตย์ ได้ต้นไม้ใหญ่ๆมาลงก่อน มีลีลาวดี สามกษัตริย์ เป็ดน้ำ แก้ว ที่เราและมาสะชอบมากคือ ซองออฟอินเดีย ราคาแพงมากแต่ร้านที่ซื้อมาถูกกว่าร้านอื่นแล้ว เลยตัดใจซื้อมา

อาทิตย์ 31 แม่และพ่อพาไปกินก๋วยเตี๋ยวแม่ศรีและเดินตลาดนัดที่มีน เพราะอยากไปซื้อตู้ไปรษณีย์ที่เป็นไม้ โชคดีได้มาอันนึงเป็นตู้ไปรษณีย์รูปหีบสมบัติ เท่มาก เจออาจารย์ที่มหาลัยพี่เค้าตกใจว่าท้องใหญ่ขนาดนี้ยังมาเดินตลาดอีก

อยากกินติ่มซำมาก ชวนพ่อกับแม่ไปกินร้านรุมบ้าๆ แต่ขับรถวนสองรอบมาสะหาร้านไม่เจอ เจ๊งไปแล้วเหรอเนี่ยเสียดายจังเลย เลยไปกินนิปปองเทย์ และเดินซื้อของให้ลูกต่อ มีที่อุ้มลูก เครื่องทำน้ำร้อนแบบที่กำหนดองศาได้(เตรียมไว้ชงนม ถ้าไม่ต้องชงก็กะจะเอามาชงชากิน) หมอนสามเหลี่ยมกะให้ลูกนอนตะแคงกลัวหัวลูกแบนเหมือนแม่

อาทิตย์ที่ 32 ชั่งน้ำหนักได้ 57 kg. ไปสอบสัมภาษณ์เด็กเอ็นท์(เดี๋ยวนี้เค้าไม่เรียกเอ็นท์กันแล้ว เค้าเรียกว่า แอ็ด ย่อมาจากแอ็ดมิชชั่น) ต้องถามเด็กว่าเธอเลือกแอ็ดอะไรบ้างไม่ใช่เอ็นท์ อาทิตย์นี้อยากจะซื้อของมาแต่งบ้านมาก(นี่เค้าเรียกว่าแม่นกเตรียมรังรึเปล่า) ชวนพ่อไปเดินโฮมโปรซื้อก๊อก วันต่อมาชวนพ่อไปเซ็นทรัล ซื้อก๊อก ผ้าเช็ดมือ พรม อะไรต่ออะไร แบบว่ารู้สึกอยากเตรียมบ้านมาก เหมือนในหนังสือที่เค้าบอกว่าคนก่อนคลอดอยากทำความสะอาดบ้านรึเปล่านะ

อาทิตย์นี้ยังอยากกินติ่มซำอยู่ เลยชวนพ่อแม่ไปกินที่ร้านลีคิทเช่นตรง RCA ปรากฎว่าร้านเจ๊งไปอีกแล้วเหมือนกัน อะไรกันเนี่ย สงสัยพ่อจะเล่นของ เพราะพ่อฉันไม่ชอบกินติ่มซำ