อาทิตย์ที่ 10 ยังแพ้ท้องอยู่
10 ธค
อาทิตย์นี้ยังแพ้ท้องมากอยู่ อยากกินอะไรเปรี้ยวๆ อย่างก๋วยเตี๋ยวใส่มะนาว กินอะไรก็ไม่ค่อยลง
มีอยู่วันนึง แม่อุตส่าห์ซื้อขนมจีนน้ำพริกที่ฉันชอบมาให้กินมื้อเย็น ก็กินไม่ลงเลย นอกจากนั้น วันต่อมาไม่ว่าแม่ซื้ออะไรมาให้ก็กินไม่ลงเหมือนกัน
14ธค
วันนี้น้องอังโทรมาชวนไปงานเลี้ยงห้อง ฉันบอกว่าคงไปไม่ไหวเพราะท้องอยู่ จริงๆไม่อยากบอกใครจนครบสามเดือนก่อน แต่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง แล้วก็คุยกับเก๋แอมเวย์ แล้วรู้สึกว่าอากาศร้อนมาก พอคุยเสร็จปวดหัวตึบแบบไมเกรน ปวดตั้งแต่บ่ายสาม ตอนเย็นแม่ซื้อข้าวมาให้ก็กินไม่ได้เลย กินลอดช่องแทน มาสะกลับบ้านมา 3 ทุ่มกว่า ฉันปวดหัวมาก นอนไม่หลับ(คือช่วงนี้จะง่วงนอนเร็วมาก) เอากระเป๋าน้ำแข็งมาหนุนนอนก็ไม่หาย นอนไม่หลับทรมานมาก แต่คิดว่าจะอดทนไม่กินยาเพื่อลูก ซักตี4ไม่ไหวแล้วปวดหัวจนร้องไห้ บอกมาสะว่าจะกินพารา มาสะเอามาให้กิน 1 เม็ด ฉันนอนดูลมหายใจเข้าออกทีเดียวเสร็จ หลับไปเลย
สรุปว่า กว่าจะได้หลับทรมานมากปลุกมาสะตลอด 1 ปลุกว่าไปนอนข้างบนดีกว่า เพราะตั้งแต่ท้องนอนข้างล่างตลอดไม่อยากขึ้นบันได แต่นอนไม่ค่อยหลับสบายเหมือนนอนข้างบน เลยกะว่าไปนอนข้างบนเผื่อหายปวดหัว 2 ปลุกหิวให้ไปเอานมมาให้กินหน่อย 3 ปลุกหิวให้ไปเอาขนมปังมาให้กินหน่อย 4 ปลุกให้ไปเอาพารา
เป็นพ่อแม่คนต้องอดทนจริงหนอ
16 ธค วันเสาร์
ไปฉีดยาบำรุงที่คลินิค มาสะพาไปกินกลางวันที่ร้าน なんじゃもんじゃ(นันจะม่อนจะ) เป็นร้านขายโอโคโนมิยากิ (หรือที่คนไทยชอบเรียกว่าพิซซ่าญี่ปุ่น) แบบกะทะร้อนให้ทำเองเหมือนที่ญี่ปุ่น ที่พี่แกพาไป เพราะว่าในหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นมีโฆษณาว่ามีส่วนลด ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งภายในเดือนนี้นั่นเอง (ของอย่างนี้ พี่แกไม่มีพลาด) ฉันซึ่งอยู่ในโหมดแพ้ท้อง คิดว่ายังไงก็คงกินไม่ค่อยลง เลยคิดว่าจะกินม่อนจะ ม่อนจะเป็นอาหารญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง คล้ายๆกับโอโคโนมิยากิ เครื่องน่าจะเหมือนกัน ต่างกันตรงเท็กเจอร์ ประมาณว่าม่อนจะ จะออกแนวเละๆเหนียวๆคล้ายๆออส่วน หรือหอยทอดแป้งท้าวยายม่อมของเก๋ ตอนอยู่ญี่ปุ่น ฉันกินแล้วไม่ประทับใจ เพราะเวลากินต้องเอาตะหลิวอันเล็กกินทีละคำเล็กๆกินหมดแล้ว เหมือนไม่มีอะไรลงกระเพาะ เคยไปกินทีสองทีก็ไม่กินอีกเลย
คราวนี้เลยกะว่าแพ้ท้องกินไม่ค่อยลง คงกินม่อนจะได้เพราะกินก็เหมือนไม่ได้กิน ปรากฏว่าสั่งม่อนจะรสกิมจิมากิน ออกเปรี้ยวๆ กินไปครึ่งนึง แล้วตบด้วยโอโคโนมิยากิอีกครึ่งอัน มาสะสั่งยากิโซบะมาอีก ฉันก็กินได้อีกครึ่งนึง อาการแพ้ท้องกินไม่ลงของฉันมันหายไปเลยอ่ะ
กลับมาบ้านตอนบ่ายหิวอีกฟาดเชอรี่ต่อ ข้าวเย็นก็กินได้ดี รู้สึกว่าอาการแพ้ท้องจะหายไปแล้ว ไชโย เพราะม่อนจะแน่ๆเลยช่วยชีวิต
อาทิตย์ 11 หายแพ้ท้องแล้ว
ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว คุณหมอสั่งให้กินไข่วันละ 2 ฟอง ถ้าแพ้ท้องกินอะไรไม่ได้ แต่เนื่องจากอาการแพ้ท้องดีขึ้นมากแทบจะหายแล้ว ฉันกินได้ เลยทำไข่ลวกกินวันละฟองทุกเช้า ไอ้อาการแพ้ท้องเนี่ยทำให้คนกินได้กินดีอย่างฉันมีอาการเหมือนเป็นคนป่วยฉันเกลียดมันจริงๆ ดีนะที่หายเร็ว ปิเคยขู่ว่า บางคนแพ้ท้องไปจนคลอดก็มี ทำเอาฉันหนาว
ช่วงนี้มีอาการตึงเกร็งมดลูกมากๆ กินข้าวเสร็จรู้สึกตึงพุงมาก ลูกๆคงเติบโตดี
วันเสาร์ที่ 22 ธค
ไปฉีดยาบำรุงเข็มสุดท้าย ซื้อของขวัญปีใหม่ให้เธอราพิสที่ร้าน ไปเดินที่เดอะมอลบางกะปิเหนื่อยมากๆ ไม่สามารถช๊อปได้เหมือนปกติเลย เดินๆไปเดี๋ยวก็เหนื่อยต้องนั่งพัก ได้แต่ระลึกว่าเราคนท้องนี่นะ ดีแต่หายแพ้ท้องแล้ว กลัวด้วย ไม่กล้าเดินมาก เพราะอ้วนเพื่อนฉัน เล่าให้ฟังว่าเค้าแท้งลูกเพราะไปเดินซื้อของตอนท้องได้ สี่ห้าเดือนอ่ะ ฟังแล้วหนาวมาก ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่มันจะเป็นระยะปลอดภัยกันนะ ไหนใครๆบอกว่าครบสามเดือนก็ปลอดภัยแล้วไง เฮ้อ
วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
7 ความคิดเห็น:
คุณแม่ลูกแฝด : )
post ข้อความยากมากๆ เลยค่ะคุณแม่
พี่เราบอกว่า ชอบเวลาที่ท้องเพราะใครๆ ก็จะใจดีกับคนท้อง ซื้อของก็ลดราคา มีแถมด้วย แต่ไม่ชอบตอนเวลาที่แพ้ท้องนี่แหละ เพราะมันทำให้รู้สึกว่าป่วย แล้วก็เซ็งๆ ตรงที่มันไม่ได้ป่วยจริงๆ มันแค่ท้อง...
เราฟังแล้วก็งงๆ แต่เดาเอาว่าชาตินี้ยังไม่ต้องเข้าใจ ถ้าชาติหน้าได้เกิดมาเป็นคน และได้เกิดมาเป็นคนผู้หญิง และได้เกิดมาเป็นคนผู้หญิงที่มีโอกาสท้อง... ค่อยวากันใหม่ :)
ปล. เราเดาว่าคุณแม่จอมเป๋อ 5555
ปล. ๒ บล็อกเราก็ต้องเอา word verfication มาใส่แล้ว เพราะเจอสแปม >:(
มาตอบว่าคุณแม่ลูกแฝดเหมือนพี่ปุ๊ก
แอบไปหาจากพี่กูเกิ้นมาน่ะ อิอิ
เราถามหัวหน้าเรา
Futago แปลว่า
ลูกแฝด ถามทำไม
อ่านไดอะรี่เพื่อนอยู่ (ในเวลางาน)
555
555 พี่ปุ๊กกล้าตอบหัวหน้าดีเนอะ นึกว่าพี่ปุ๊กความรู้ดีเพราะมีกิ๊กเก่าเป็นคนญี่ปุ่นซะอีกอ่ะ
อ้าว ไม่ได้ขู่ง๊ะ เล่าให้ฟังเฉยๆ :P
เรื่องเดิน ตอนท้องเราเดินเยอะมาก ที่นี่คนท้องออกกำลังกายกันเยอะ ทำงานกันปกตินะ ไม่เหมือนคนไทย ค่อนข้างประคบประหงมกัน เคยได้ยินว่าเดินเยอะๆจะคลอดง่าย เราเดินทุกวันวันละครึ่งชั่วโมงอย่างต่ำ ถ้าเดินแถวบ้านก็ขึ้นเขาลงเขาด้วย ตอนห้า-หกเดือน เพื่อนมา ก็พาไปช้อปปิ้ง เดินตั้งแต่เที่ยงยันสองทุ่ม หยุดพักกินข้าวครึ่งชั่วโมง :P เพื่อนยังงงเลย ท้องโตแต่เดินตัวปลิว ไม่มีเหนื่อย ก่อนคลอดวันนึงก็ยังนั่งถอนหญ้าอยู่เลย เรียกว่าทำทุกอย่าง เราว่าถ้าไม่มีความเสี่ยงแท้ง (เช่นมดลูกต่ำ) และหมอโอเค การออกกำลังกายเยอะๆจะช่วยให้แข็งแรง ออกซิเจนไหลเวียนดี แล้วก็พร้อมสำหรับคลอดนะ เพราะตอนคลอด(กรณีคลอดเอง)นี่ เบ่งเ็ป็นชั่วโมงๆ ถ้าร่างกายไม่ฟิตไม่แข็งแรงนี่ หมดแรงเอาง่ายๆ :)
แสดงความคิดเห็น